อิสยาห์ 51:1-16
อิสยาห์ 51:1-16 พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย (THA-ERV)
พระยาห์เวห์พูดว่า “ฟังเราให้ดี พวกเจ้าที่พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง พวกเจ้าที่แสวงหาพระยาห์เวห์ ให้ดูหินนั้น ที่เจ้าถูกสกัดออกมาสิ ให้ดูบ่อหินนั้น ที่เจ้าถูกขุดออกมา มองดู อับราฮัมบรรพบุรุษของพวกเจ้าและซาราห์คนที่คลอดเจ้ามาสิ ตอนที่เราเรียกอับราฮัมนั้น เขายังอยู่ตัวคนเดียวเลย แต่เราได้อวยพรเขา และทำให้เขามีลูกมากมาย” พระยาห์เวห์จะปลอบโยนศิโยน พระองค์จะมองพวกตึกที่พังทลายพวกนั้นของเธอ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ พระองค์จะทำให้ที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งของเธอกลายเป็นสวนเอเดน พระองค์จะทำให้ทะเลทรายของเธอเป็นเหมือนสวนของพระยาห์เวห์ ที่นั่นจะเต็มไปด้วยความสุขและการเฉลิมฉลองกัน พวกเขาจะขอบพระคุณและร้องเพลงสรรเสริญ พระยาห์เวห์พูดว่า “คนของเราเอ๋ย ฟังเราให้ดี ชนชาติของเราเอ๋ย ตั้งใจฟังเราให้ดี เพราะเราจะให้คำสั่งสอน และความยุติธรรมของเราจะส่องสว่างออกไปให้กับชนชาติต่างๆ ชัยชนะของเรากำลังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ความรอดที่มาจากเรากำลังเดินทางมาแล้ว ฤทธิ์อำนาจของเราจะนำความยุติธรรมมาให้กับชนชาติต่างๆ แผ่นดินแถบชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะต่างๆกำลังเฝ้าคอยเรา พวกเขาฝากความหวังไว้กับฤทธิ์อำนาจของเรา เงยหน้าเงยตาขึ้นไปมองบนท้องฟ้าสิ มองลงไปยังโลกเบื้องล่าง ให้รู้ว่าท้องฟ้าจะสูญหายไปเหมือนควัน โลกจะเปื่อยยุ่ยไปเหมือนเสื้อผ้า และคนที่อาศัยอยู่บนโลกก็จะตายเหมือนแมลงวัน แต่ความรอดของเราจะอยู่ตลอดไป และการช่วยกู้อันยุติธรรมของเราจะไม่มีวันแตกสลายไป ฟังเราให้ดี พวกเจ้าที่รู้ว่าอะไรถูกต้อง พวกเจ้าที่เก็บคำสั่งสอนของเราไว้ในใจ ไม่ต้องไปกลัวคำพูดเหยียดหยามของคนอื่น ไม่ต้องไปวุ่นวายใจกับคำดูถูกทั้งหลายของเขา เพราะพวกตัวมอดจะกัดกินพวกเขาเหมือนเสื้อผ้า และพวกตัวแมลงจะกัดกินพวกเขาเหมือนผ้าขนแกะ แต่การช่วยกู้อันยุติธรรมของเราจะอยู่ตลอดไป และความรอดของเราจะอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน” ตื่นเถิด ตื่นเถิด พระยาห์เวห์เจ้าข้า สวมพลังไว้ ใช้พละกำลังของพระองค์เถิด ตื่นขึ้นเหมือนกับในสมัยก่อนนานมาแล้ว เป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ ที่ตัดราหับเป็นชิ้นๆ เป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ ที่แทงมังกรทะลุไป เป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้ทะเลแห้งไป คือทำให้น้ำในมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่แห้งไป เป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้ส่วนลึกที่สุดของทะเล กลายเป็นทางให้กับคนที่พระองค์ไถ่ให้เป็นอิสระเดินข้ามไป คนที่พระยาห์เวห์ได้ไถ่ให้เป็นอิสระ แล้วจะกลับมาที่ศิโยนด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ ความสุขจะสวมอยู่บนหัวของพวกเขาตลอดไป ความชื่นชมยินดีก็จะท่วมท้นพวกเขา ความเศร้าโศกและการครวญครางจะวิ่งหนีไปจากพวกเขา พระยาห์เวห์พูดว่า “เรา คือเราเองเป็นผู้ที่ปลอบโยนพวกเจ้า เยรูซาเล็ม ทำไมเจ้าถึงได้กลัวมนุษย์ที่จะต้องตาย คือคนที่ถูกสร้างเป็นเหมือนหญ้า ทำไมเจ้าถึงได้ลืมพระยาห์เวห์ผู้ที่สร้างเจ้ามา ผู้ที่กางแผ่นฟ้าออก ผู้ที่วางรากฐานของโลก ทำไมเจ้าถึงได้หวาดกลัวคนพวกนั้นอยู่เรื่อยทั้งวัน คือพวกที่โกรธแค้นและข่มเหงเจ้า พวกที่ตั้งใจจะทำลายเจ้า แล้วตอนนี้ พวกที่โกรธแค้นและที่เคยข่มเหงเจ้าหายไปไหนกันหมดแล้ว คนพวกนั้นที่ถูกข่มเหงในคุกจะได้รับการปลดปล่อยในไม่ช้า พวกเขาจะไม่ตายในคุกใต้ดินหรอก และพวกเขาก็จะไม่ขาดอาหาร เราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า เราเป็นผู้ที่ทำให้ทะเลสงบลงตอนที่เกิดคลื่นคะนอง ชื่อของเราคือยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น” “อิสราเอลเอ๋ย เราได้ใส่คำพูดของเราไว้ในปากของเจ้า เราได้ซ่อนและปกป้องเจ้าไว้ใต้มือของเรา เราคือผู้ที่กางท้องฟ้าออกและวางรากฐานของโลก เราพูดกับศิโยนว่า ‘เจ้าเป็นชนชาติของเรา’”
อิสยาห์ 51:1-16 ฉบับมาตรฐาน (THSV11)
จงฟังเราสิ เจ้าทั้งหลายผู้ขวนขวายความชอบธรรม พวกเจ้าผู้แสวงหาพระยาห์เวห์ จงมองดูหินที่ตัวเจ้าถูกตัดออกมา และบ่อหินที่พวกเจ้าถูกขุดขึ้นมา จงมองดูอับราฮัมบรรพบุรุษของเจ้า และซาราห์ผู้คลอดเจ้าทั้งหลายมา เพราะเมื่อเขายังเป็นเพียงคนเดียว เราได้เรียกเขา เราได้อวยพรเขาและทวีจำนวนของเขา เพราะว่าพระยาห์เวห์จะทรงชูใจศิโยน พระองค์จะทรงชูใจที่ทิ้งร้างทุกแห่งของเธอ และจะทำให้ถิ่นทุรกันดารของเธอเหมือนสวนเอเดน และที่ราบแห้งแล้งของเธอเหมือนพระอุทยานของพระยาห์เวห์ จะพบความชื่นบานและความยินดีในเธอ ทั้งการขอบพระคุณและเสียงเพลง ชนชาติของเราเอ๋ย จงฟังเสียงของเรา ประชากรของเราเอ๋ย จงเงี่ยหูฟังเรา เพราะว่าธรรมบัญญัติจะออกไปจากเรา และความยุติธรรมของเราจะเป็นความสว่างของชนชาติทั้งหลาย ความชอบธรรมของเราได้มาใกล้ และการช่วยกู้ของเราออกไปแล้ว แขนของเราจะพิพากษาชนชาติทั้งหลาย แผ่นดินชายทะเลรอคอยเรา และคาดหวังต่อแขนของเรา จงเงยหน้าของพวกเจ้าดูฟ้าสวรรค์ แล้วมองดูแผ่นดินโลกเบื้องล่าง เพราะว่าฟ้าสวรรค์จะสูญไปเหมือนควัน และแผ่นดินโลกจะหลุดลุ่ยไปเหมือนเสื้อผ้า แล้วผู้อาศัยอยู่ในนั้นจะตายไปเหมือนริ้น แต่ความรอดของเราจะอยู่เป็นนิตย์ และความชอบธรรมของเราจะไม่สิ้นสุด จงฟังเรา พวกเจ้าผู้รู้จักความชอบธรรม ชนชาติที่มีธรรมบัญญัติของเราอยู่ในใจ อย่ากลัวการเยาะเย้ยของมนุษย์ และอย่าวิตกต่อการถากถางของเขา เพราะว่าตัวแมลงจะกินเขาเหมือนกินเสื้อผ้า และตัวหนอนจะกินเขาเหมือนกินขนแกะ แต่ความชอบธรรมของเราจะดำรงเป็นนิตย์ และความรอดของเราอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์ ข้าแต่พระกรของพระยาห์เวห์ จงตื่นเถิด ตื่นขึ้นเถิด จงสวมกำลัง ตื่นขึ้นอย่างในอดีตกาล อย่างในชั่วชาติพันธุ์นานมาแล้วนั้น ท่านไม่ใช่หรือที่หั่นราหับเป็นชิ้นๆ และแทงมังกรทะลุ? ท่านไม่ใช่หรือที่ทำให้ทะเลแห้งไป? คือน้ำของที่ลึกยิ่งนั้น และทำที่ลึกของทะเลให้เป็นหนทาง เพื่อให้พวกที่ทรงไถ่ไว้แล้วเดินผ่านไป แล้วพวกที่ไถ่ไว้แล้วของพระยาห์เวห์จะกลับมา และจะมายังศิโยนด้วยการร้องเพลง ความชื่นบานเป็นนิตย์จะอยู่บนศีรษะของพวกเขา เขาจะได้รับความชื่นบานและความยินดี ความโศกเศร้าและการถอนหายใจจะหนีไป เราเอง คือเราเองผู้ชูใจเจ้า เจ้าเป็นใครเล่าที่กลัวคนซึ่งจะต้องตาย คือกลัวมนุษย์ซึ่งถูกทำให้เหมือนหญ้า? เจ้าลืมพระยาห์เวห์ผู้สร้างของเจ้า ผู้ทรงขึงฟ้าสวรรค์ และทรงวางรากฐานของแผ่นดินโลก และเจ้ากลัวอยู่เรื่อยไปตลอดวัน เพราะความเกรี้ยวกราดของผู้บีบบังคับ เมื่อเขาตั้งตัวขึ้นที่จะทำลาย แต่ความเกรี้ยวกราดของผู้บีบบังคับอยู่ที่ไหนเล่า? นักโทษจะได้รับการปลดปล่อยโดยเร็ว เขาจะไม่ตายในที่กักขัง และอาหารของเขาก็ไม่ขาดแคลน เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้กวนทะเลให้คลื่นของมันคะนอง (พระนามของพระองค์คือพระยาห์เวห์จอมทัพ) และเราใส่ถ้อยคำของเราไว้ในปากของเจ้า และซ่อนเจ้าไว้ในร่มมือของเรา เราตั้งฟ้าสวรรค์ และวางรากฐานแผ่นดินโลก และกล่าวกับศิโยนว่า “เจ้าเป็นชนชาติของเรา”
อิสยาห์ 51:1-16 พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV (KJV)
“จงฟังเราซี เจ้าทั้งหลายผู้ติดตามความชอบธรรม เจ้าผู้แสวงหาพระเยโฮวาห์ จงมองดูหินซึ่งได้ทรงสกัดตัวเจ้ามา และจงมองดูบ่อหินซึ่งทรงขุดเอาตัวเจ้าทั้งหลายมา จงมองอับราฮัมบรรพบุรุษของเจ้าทั้งหลาย และดูซาราห์ผู้คลอดเจ้า เพราะเมื่อมีเขาอยู่แต่คนเดียว เราได้ร้องเรียกเขา และเราอวยพรเขา และกระทำให้เป็นคนมากมาย เพราะว่าพระเยโฮวาห์จะทรงเล้าโลมศิโยน พระองค์จะทรงเล้าโลมที่ทิ้งร้างทั้งสิ้นของเธอ และจะทำถิ่นทุรกันดารของเธอเหมือนสวนเอเดน และทะเลทรายของเธอเหมือนอุทยานของพระเยโฮวาห์ จะพบความชื่นบานและความยินดีในเธอ ทั้งการโมทนาและเสียงเพลง ชนชาติของเราเอ๋ย จงฟังเสียงของเรา โอ ชาติของเราเอ๋ย จงเงี่ยหูฟังเรา เพราะราชบัญญัติจะออกไปจากเรา และความยุติธรรมจะออกไปเป็นความสว่างของชนชาติทั้งหลาย ความชอบธรรมของเราใกล้เข้ามาแล้ว และความรอดของเราได้ออกไปแล้ว แขนของเราจะพิพากษาชนชาติทั้งหลาย เกาะทั้งหลายจะรอคอยเรา และเขาจะหวังคอยแขนของเรา จงแหงนตาดูฟ้าสวรรค์ และมองดูโลกเบื้องล่าง เพราะว่าฟ้าสวรรค์จะสูญสิ้นไปเหมือนควัน และแผ่นดินโลกจะร่อยหรอไปเหมือนอย่างเสื้อผ้า และเขาทั้งหลายผู้อาศัยอยู่ในนั้นจะตายไปเหมือนกัน แต่ความรอดของเราจะอยู่เป็นนิตย์ และความชอบธรรมของเราจะไม่สิ้นสุดเลย จงฟังเรา เจ้าทั้งหลายผู้รู้ถึงความชอบธรรม ชนชาติซึ่งราชบัญญัติของเราอยู่ในใจ อย่ากลัวการตำหนิของมนุษย์ และอย่าวิตกต่อการกล่าวหยาบช้าของเขา เพราะว่าตัวมอดจะกินเขาเหมือนกินเสื้อผ้า และตัวหนอนจะกินเขาเหมือนกินขนแกะ แต่ความชอบธรรมของเราจะอยู่เป็นนิตย์ และความรอดของเราจะอยู่ตลอดทุกชั่วอายุ โอ ข้าแต่พระกรของพระเยโฮวาห์ จงตื่นเถิด ตื่นเถิด จงสวมกำลัง จงตื่นอย่างสมัยโบราณในชั่วอายุนานมาแล้ว ท่านไม่ใช่หรือที่ฟันราหับ และทำให้พญานาคได้รับบาดเจ็บ ท่านไม่ใช่หรือที่ทำให้ทะเลแห้งไป คือน้ำของมหาสมุทรใหญ่ด้วย ซึ่งทำที่ลึกของทะเลให้เป็นหนทาง เพื่อให้ผู้ที่ได้ไถ่ไว้แล้วเดินผ่านไป ฉะนั้นผู้ที่ไถ่ไว้แล้วของพระเยโฮวาห์จะกลับ และร้องเพลงมาศิโยน ความชื่นบานเป็นนิตย์จะอยู่บนศีรษะของเขา เขาจะได้รับความชื่นบานและความยินดี ความโศกเศร้าและการไว้ทุกข์จะหนีไปเสีย เรา คือเราเอง ผู้เล้าโลมเจ้า เจ้าเป็นผู้ใดเล่าที่กลัวมนุษย์ผู้ซึ่งต้องตาย คือกลัวบุตรของมนุษย์ซึ่งถูกทำให้เหมือนหญ้า และที่ได้ลืมพระเยโฮวาห์ผู้สร้างของตนเสีย ผู้ทรงขึงฟ้าสวรรค์และวางรากฐานของแผ่นดินโลก และที่กลัวอยู่เรื่อยไปตลอดวัน เพราะความเกรี้ยวกราดของผู้บีบบังคับ เมื่อเขาตั้งตัวเขาที่จะทำลาย และความเกรี้ยวกราดของผู้บีบบังคับอยู่ที่ไหนเล่า ผู้ใดที่เป็นเชลยเร่งรีบเพื่อจะได้รับการปลดปล่อย เพื่อเขาจะไม่ตายในหลุม ทั้งอาหารของเขาจะไม่ขาด เพราะเราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ผู้แบ่งแยกทะเลและคลื่นก็คะนอง พระนามของพระองค์คือพระเยโฮวาห์จอมโยธา และเราได้ใส่ถ้อยคำของเราในปากของเจ้า และซ่อนเจ้าไว้ในร่มมือของเรา ซึ่งตั้งฟ้าสวรรค์ และวางรากฐานของแผ่นดินโลก และกล่าวแก่ศิโยนว่า ‘เจ้าเป็นชนชาติของเรา’”
อิสยาห์ 51:1-16 พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971 (TH1971)
<<จงฟังเราซี เจ้าทั้งหลายผู้ขวนขวายหาการช่วยกู้ เจ้าผู้แสวงพระเจ้า จงมองดูหินซึ่งได้ทรงสกัดตัวเจ้ามา และจงมองดูบ่อหินซึ่งทรงขุดเอาตัวเจ้าทั้งหลายมา จงมองอับราฮัมบรรพบุรุษของเจ้าทั้งหลาย และดูซาราห์ผู้คลอดเจ้า เพราะเมื่อมีเขาอยู่แต่คนเดียว เราได้ร้องเรียกเขา และเราอวยพรเขาและกระทำให้เป็นคนมากมาย เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเล้าโลมศิโยน พระองค์จะทรงเล้าโลมที่ทิ้งร้างทั้งสิ้นของเธอ และจะทำถิ่นทุรกันดารของเธอเหมือนสวนเอเดน และทะเลทรายของเธอเหมือนอุทยานของพระเจ้า จะพบความชื่นบานและความยินดีในเธอ ทั้งการโมทนาและเสียงเพลง <<ชนชาติของเราเอ๋ย จงฟังเสียงของเรา ชาติของเราเอ๋ย จงเงี่ยหูฟังเรา เพราะพระธรรมจะออกไปจากเรา และความยุติธรรมจะออกไป เป็นความสว่างของชนชาติทั้งหลาย การช่วยกู้ของเราใกล้เข้ามาโดยเร็ว และความรอดของเราได้ออกไปแล้ว แขนของเราจะปกครองชนชาติทั้งหลาย แผ่นดินชายทะเลรอคอยเรา และเขาหวังคอยกำลังแขนของเรา จงแหงนตาดูฟ้าสวรรค์ และมองดูโลกเบื้องล่าง เพราะว่าฟ้าสวรรค์จะศูนย์สิ้นไปเหมือนควัน และแผ่นดินโลกจะร่อยหรอไปเหมือนอย่างเสื้อผ้า และเขาทั้งหลายผู้อาศัยอยู่ในนั้นจะตายไปเหมือนริ้น แต่ความรอดของเราจะอยู่เป็นนิตย์ และการช่วยกู้ของเราจะไม่สิ้นสุดเลย <<จงฟังเรา เจ้าทั้งหลายผู้รู้ถึงความชอบธรรม ชนชาติซึ่งพระธรรมของเราอยู่ในใจ อย่ากลัวการตำหนิของมนุษย์ และอย่าวิตกต่อการกล่าวหยาบช้าของเขา เพราะว่าตัวแมลงจะกินเขาเหมือนกินเสื้อผ้า และตัวหนอนจะกินเขาเหมือนกินขนแกะ แต่การช่วยกู้ของเราจะอยู่เป็นนิตย์ และความรอดของเราจะอยู่ตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์>> ข้าแต่พระกรของพระเจ้า จงตื่นเถิด ตื่นเถิด จงสวมกำลัง จงตื่นอย่างสมัยเก่าก่อน ในชั่วชาติพันธุ์ที่นานมาแล้ว ท่านไม่ใช่หรือที่ทอนราหับเป็นชิ้นๆ และแทงมังกรทะลุ ท่านไม่ใช่หรือที่ทำให้ทะเลแห้งไป คือน้ำของมหาสมุทรใหญ่ด้วย ซึ่งทำที่ลึกของทะเลให้เป็นหนทาง เพื่อให้ผู้ที่ได้ไถ่ไว้แล้วเดินผ่านไป และผู้ที่ไถ่ไว้แล้วของพระเจ้าจะกลับ และร้องเพลงมาศิโยน ความชื่นบานเป็นนิตย์จะอยู่บนศีรษะของเขา เขาจะได้รับความชื่นบานและความยินดี ความโศกเศร้าและการถอนหายใจจะหนีไปเสีย <<เรา คือเราเองผู้เล้าโลมเจ้า เจ้าเป็นผู้ใดเล่าที่กลัวมนุษย์ผู้ซึ่งต้องตาย คือกลัวบุตรของมนุษย์ซึ่งถูกทำให้เหมือนหญ้า และที่ได้ลืมพระเจ้าผู้สร้างของตนเสีย ผู้ทรงขึงฟ้าสวรรค์ และวางรากฐานของแผ่นดินโลก และที่กลัวอยู่เรื่อยไปตลอดวัน เพราะความเกรี้ยวกราดของผู้บีบบังคับ เมื่อเขาตั้งตัวเขาที่จะทำลาย และความเกรี้ยวกราดของผู้บีบบังคับอยู่ที่ไหนเล่า ผู้ใดที่ค้อมลงจะได้รับการปลดปล่อยโดยเร็ว เขาจะไม่ตายและลงไปสู่ปากแดนมรณา ทั้งอาหารของเขาจะไม่ขาด เพราะเราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ผู้กวนทะเลและคลื่นก็คะนอง พระนามของพระองค์คือพระเยโฮวาห์จอมโยธา และเราได้ใส่ถ้อยคำของเราในปากของเจ้า และซ่อนเจ้าไว้ในร่มมือของเรา ซึ่งขึงฟ้าสวรรค์ และวางรากฐานของแผ่นดินโลก และกล่าวแก่ศิโยนว่า <เจ้าเป็นชนชาติของเรา> >>
อิสยาห์ 51:1-16 พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (TNCV)
“จงฟังเราเถิด บรรดาผู้ขวนขวายหาความชอบธรรม และผู้แสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้า จงมองดูศิลาที่เจ้าถูกสกัดออกมา ดูเหมืองหินที่เจ้าถูกขุดออกมา จงมองดูอับราฮัมบรรพบุรุษของเจ้า และซาราห์ผู้ให้กำเนิดเจ้า เมื่อครั้งเราเรียกเขา เขามีเพียงตัวคนเดียว และเราก็อวยพรเขา ทำให้เขามีจำนวนมาก องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงปลอบโยนศิโยนอย่างแน่นอน และจะทอดพระเนตรซากปรักหักพังทั้งปวงของศิโยนด้วยความเอ็นดูสงสาร พระองค์จะทรงทำให้ทะเลทรายของศิโยนเป็นเหมือนสวนเอเดน ที่ทิ้งร้างของเธอเหมือนอุทยานขององค์พระผู้เป็นเจ้า ที่นั่นจะมีความปลาบปลื้มยินดี มีการขอบพระคุณพระเจ้าและเสียงเพลงไพเราะ “จงฟังเราเถิด ประชากรของเราเอ๋ย ฟังเราเถิด ชนชาติของเราเอ๋ย บทบัญญัติจะออกมาจากเรา ความยุติธรรมของเราจะเป็นแสงสว่างแก่มวลประชาชาติ ความชอบธรรมของเรารีบรุดเข้ามาใกล้ ความรอดของเรากำลังมาถึงแล้ว แขนของเราจะนำความยุติธรรมมาให้ชนชาติต่างๆ เกาะแก่งต่างๆ จะมองดูเรา และรอคอยด้วยหวังว่าเราจะสำแดงฤทธิ์อำนาจ จงเงยหน้าขึ้นมองฟ้าสวรรค์ และมองดูโลกเบื้องล่าง ฟ้าสวรรค์จะลับหายไปเหมือนควัน โลกจะเปื่อยยุ่ยไปเหมือนเสื้อผ้า และชาวโลกจะตายไปเหมือนแมลงวัน แต่ความรอดของเราจะดำรงอยู่เป็นนิตย์ ความชอบธรรมของเราจะไม่สิ้นสุดเลย “จงฟังเราเถิด เจ้าทั้งหลายผู้รู้ว่าอะไรคือความถูกต้อง ชนชาติผู้ถนอมบทบัญญัติของเราไว้ในใจ อย่ากลัวการตำหนิติเตียนของมนุษย์ อย่าหวาดหวั่นไปกับคำสบประมาทของพวกเขา เพราะแมลงจะแทะกินเขาเหมือนเสื้อผ้า หนอนจะกัดกินเขาเหมือนผ้าขนสัตว์ แต่ความชอบธรรมของเราจะดำรงอยู่ตลอดกาล ความรอดของเราจะยั่งยืนสืบไปทุกชั่วอายุ” จงตื่นเถิด! พระกรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ตื่นเถิด! จงสวมพละกำลัง จงตื่นขึ้น เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เหมือนในชั่วอายุเก่าก่อน ไม่ใช่พระองค์หรือที่ฟันราหับออกเป็นชิ้นๆ และแทงสัตว์ร้ายตัวนั้นทะลุ? ไม่ใช่พระองค์หรือที่ทำให้ทะเลแห้งเหือด? คือทำให้ห้วงสมุทรอันลึกแห้งไป ผู้ทรงทำทางไว้ในทะเลลึก เพื่อผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้จะข้ามฟากไปได้ ผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงไถ่ไว้จะกลับมา พวกเขาจะเดินร้องเพลงเข้าศิโยน มีความชื่นชมยินดีนิรันดร์เป็นมงกุฎประดับศีรษะ พวกเขาจะได้รับความยินดีและความเปรมปรีดิ์ ความทุกข์โศกและการทอดถอนใจจะสูญสิ้นไป “เรานี่แหละเป็นผู้ปลอบโยนเจ้า เจ้าเป็นใครจึงไปกลัวมนุษย์ที่ต้องตาย? กลัวลูกหลานของมนุษย์ซึ่งเป็นเพียงต้นหญ้า เจ้าเป็นใครจึงลืมพระยาห์เวห์พระผู้สร้างของเจ้า ผู้คลี่ฟ้าสวรรค์ออกมา และวางฐานรากของโลก? เรื่องอะไรเจ้าถึงต้องอกสั่นขวัญแขวนอยู่ทุกวี่ทุกวัน เพราะความเกรี้ยวกราดของผู้ข่มเหง ผู้มุ่งสู่หายนะ? ไหนล่ะความเกรี้ยวกราดของผู้ข่มเหง? ในไม่ช้านักโทษผู้หวาดกลัวจนตัวสั่นจะได้รับการปลดปล่อย เขาจะไม่ตายในคุก และจะไม่ขาดอาหาร เพราะเราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้กวนทะเลทำให้คลื่นคำราม พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์คือพระนามของพระองค์ เราได้ใส่วาจาของเราไว้ในปากของเจ้า และบังเจ้าไว้ด้วยร่มเงาแห่งมือของเรา เราเป็นผู้สถาปนาฟ้าสวรรค์ไว้ในที่ของมัน เป็นผู้วางฐานรากของโลก และเป็นผู้กล่าวกับศิโยนว่า ‘เจ้าเป็นประชากรของเรา’”
อิสยาห์ 51:1-16 พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV) (NTV)
“จงฟังเรา พวกเจ้าที่มุ่งมั่นในความชอบธรรม เจ้าผู้แสวงหาพระผู้เป็นเจ้า จงมองดูหินที่เจ้าถูกสกัดออกมา และดูเหมืองหินที่เจ้าถูกขุดออกมาเถิด จงมองดูอับราฮัมบิดาของเจ้า และซาราห์ผู้ให้กำเนิดเจ้า เมื่อเราเรียกเขา เขาเป็นเพียงตัวคนเดียว เพื่อเราจะให้พรแก่เขา และให้เขาทวีจำนวนคนขึ้น” พระผู้เป็นเจ้าปลอบประโลมศิโยน พระองค์มองดูสถานที่ร้างด้วยความสงสาร และทำให้ถิ่นทุรกันดารเป็นเหมือนสวนเอเดน ให้ที่ราบเป็นเหมือนสวนของพระผู้เป็นเจ้า ความยินดีและเบิกบานใจจะอยู่ในที่นั้น พร้อมด้วยการขอบคุณและเสียงเพลง “ชนชาติของเราเอ๋ย จงตั้งใจฟังเรา ประชาชาติของเรา จงเงี่ยหูฟังเรา เพราะกฎบัญญัติจะมาจากเรา และเราจะให้ความยุติธรรมเป็นแสงสว่างแก่บรรดาชนชาติ ความชอบธรรมของเราใกล้เข้ามาแล้ว ความรอดพ้นของเรากำลังมา และพลานุภาพของเราจะตัดสินบรรดาชนชาติ หมู่เกาะต่างๆ มีความหวังในเรา และพวกเขารอพลานุภาพของเรา จงเงยหน้าขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์ และมองลงที่แผ่นดินโลกเบื้องล่าง ด้วยว่า ฟ้าสวรรค์จะเลือนหายไปอย่างควัน แผ่นดินโลกจะสึกหรอไปเหมือนกับเครื่องนุ่งห่ม และพวกที่อาศัยอยู่ในนั้นจะตายไปเหมือนตัวริ้น แต่ความรอดพ้นที่มาจากเราจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ และความชอบธรรมของเราจะมั่นคง จงฟังเรา บรรดาผู้ที่รู้จักความชอบธรรม บรรดาผู้ที่มีกฎบัญญัติอยู่ในจิตใจ อย่ากลัวการติเตียนของมนุษย์ หรือตกใจกับการเย้ยหยันของพวกเขา ด้วยว่า แมลงจะกัดกินพวกเขาเหมือนกินเครื่องนุ่งห่ม และหนอนจะกินพวกเขาเหมือนกินขนแกะ แต่ความชอบธรรมที่มาจากเราจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ และความรอดพ้นที่มาจากเรามีให้ทุกชั่วอายุคน” ตื่นเถิด ตื่นเถิด อานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า ขอเปี่ยมด้วยพละกำลัง ตื่นเถิด เหมือนสมัยดึกดำบรรพ์ สมัยที่ล่วงผ่านพ้นมานานแล้ว ไม่ใช่พระองค์หรอกหรือที่หั่นราหับเป็นชิ้นๆ และแทงมังกรตัวนั้นทะลุ ไม่ใช่พระองค์หรอกหรือที่ทำให้ทะเล คือน้ำในทะเลลึกแห้งเหือด ผู้ทำทางในความลึกของทะเลให้แก่ บรรดาผู้ได้รับการไถ่ได้ข้ามไป และบรรดาผู้รับการไถ่คืนของพระผู้เป็นเจ้าจะกลับมา และมายังศิโยนพร้อมกับการร้องเพลง ความยินดีจะเป็นของพวกเขาตลอดไป เขาทั้งหลายจะได้รับความยินดีและเบิกบานใจ ความเศร้าและการถอนใจจะหนีไปจากพวกเขา “เรานั่นแหละ เราคือผู้ที่ปลอบประโลมพวกเจ้า เจ้าเป็นใครที่กลัวเพียงมนุษย์ที่ตายได้ กลัวบุตรมนุษย์ซึ่งเป็นดั่งใบหญ้า เจ้าจึงได้ลืมพระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้สร้างของเจ้า ผู้แผ่ฟ้าสวรรค์ออกไป และวางฐานรากของแผ่นดินโลก และเจ้าจึงหวาดกลัวตลอดวันเวลา เพราะความฉุนเฉียวของผู้บีบบังคับ เมื่อเขามุ่งหมายจะทำลาย แล้วความฉุนเฉียวของผู้บีบบังคับอยู่ที่ไหน ผู้ที่ถูกปราบให้หมอบลงจะได้รับการปลดปล่อยอย่างโดยเร็ว เขาจะไม่ตายหรือตายในหลุมแห่งแดนคนตาย เขาจะไม่ขาดแคลนอาหาร เราคือพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้า เราทำให้ทะเลปั่นป่วน และคลื่นส่งเสียงครืนครั่น พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาคือพระนามของพระองค์ และเราได้ใส่คำกล่าวของเราในปากของเจ้าแล้ว และคุ้มตัวเจ้าอยู่ในร่มเงาของมือเรา เราก่อตั้งฟ้าสวรรค์ และวางฐานรากของแผ่นดินโลก และกล่าวกับศิโยนว่า ‘เจ้าเป็นชนชาติของเรา’”