อิสยาห์ 42:1-25

อิสยาห์ 42:1-25 พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย (THA-ERV)

“นี่คือ​ผู้รับใช้​ของเรา คน​ที่​เรา​เสริมกำลังให้ นี่​คือ​ผู้ที่​เรา​เลือกมา ผู้ที่​เรา​ชื่นชม เรา​ได้​ใส่​พระวิญญาณ​ของเรา​ในเขา เขา​จะ​นำ​ความยุติธรรม​มาให้​กับ​ชนชาติทั้งหลาย เขา​จะ​ไม่ตะโกน​หรือ​ขึ้นเสียง คน​จะ​ไม่ได้ยิน​เสียงร้อง​ของเขา​ตาม​ท้องถนน เขา​จะ​ไม่หัก​ต้นอ้อ​ที่​ช้ำแล้ว เขา​จะ​ไม่ดับ​ไส้ตะเกียง​ที่​ริบหรี่แล้ว เขา​จะนำ​ความยุติธรรม​มาจริงๆ เขา​เอง​จะ​ไม่ริบหรี่​หรือ​ชอกช้ำ​จนกว่า​เขา​จะ​นำ​ความยุติธรรม​มาสู่​โลกนี้ ผู้คน​แถบ​ชายฝั่งทะเล​และ​หมู่เกาะ​ทั้งหลาย​ต่าง​รอคอย​คำสอน​ของเขา” นี่คือ​คำพูด​ของ​พระเจ้า พระยาห์เวห์ ผู้ที่​สร้าง​ท้องฟ้า​และ​ขึง​พวกมันออก ผู้ที่​ทุบ​โลกนี้​ให้​แผ่​ออกมา​และ​สร้าง​ทุกสิ่ง​ที่​อยู่​บน​โลกนี้ ผู้ที่​ให้​ลม​หายใจ​กับมนุษย์​ที่​อยู่​บนโลก และ​ให้​ชีวิต​กับ​ทุกคน​ที่​เดิน​อยู่​บนมัน พระองค์​พูดว่า “เรา ยาห์เวห์ ได้​เรียก​เจ้า​มา​เพื่อ​ทำ​ใน​สิ่งที่ถูกต้อง เรา​ได้​จูงมือ​เจ้า​อยู่ เรา​ได้​ปกป้อง​เจ้า และ​ได้​แต่งตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​คนกลาง​แห่ง​คำมั่นสัญญา​ต่อมนุษย์ และ​เป็น​แสงสว่าง​ให้กับ​ชนชาติต่างๆ จะ​ให้​เจ้า​เปิดตา​ของ​คนตาบอด และ​นำ​พวกนักโทษ​ออกมา​จาก​คุกใต้ดิน คือ​ปลดปล่อย​คนเหล่านั้น​ที่​นั่งอยู่​ใน​คุกมืด​ให้​เป็นอิสระ เรา​คือ​ยาห์เวห์ นั่นคือ​ชื่อของเรา เรา​จะ​ไม่แบ่ง​เกียรติ​ที่​เรา​ควร​จะ​ได้รับ​กับ​ผู้อื่น จะ​ไม่แบ่ง​คำสรรเสริญ​ของเรา​กับ​พวกรูปเคารพ เหตุการณ์​ที่​ผ่านไป ที่​เรา​ได้​ทำนายไว้​ล่วงหน้า​ก็​ได้​เกิดขึ้นแล้ว และ​ตอนนี้​เรา​กำลัง​ทำนาย​เรื่องใหม่ๆ เรา​จะ​บอก​พวกเจ้า​ถึง​เหตุการณ์​เหล่านั้น​ก่อนที่​มัน​จะ​งอกออกมา” ร้องเพลงใหม่​ให้กับ​พระยาห์เวห์ ร้องเพลง​สรรเสริญ​พระองค์​จาก​สุดปลายโลก ให้​พวกท่าน​ที่​เป็น​กะลาสี​แห่ง​ท้องทะเล​และ​พวกสัตว์น้ำ​ใน​ท้องทะเล​ทั้งหมด สรรเสริญ​พระองค์เถิด ให้​ชายฝั่งทะเล​และ​หมู่เกาะ​ทั้งหลาย​รวมทั้ง​ผู้คน​ที่​อยู่​บนมัน สรรเสริญ​พระองค์เถิด ให้​ทะเลทราย และ​เมืองต่างๆ​ใน​ทะเลทรายนั้น​ส่งเสียง​ร้อง​และ​สรรเสริญ​พระองค์เถิด รวมทั้ง​หมู่บ้านต่างๆ​ที่​เผ่าเคดาร์​อาศัยอยู่ ให้​ชาวเมืองเสลา​ร้องเพลง​ด้วย​ความยินดี ให้​พวกเขา​ร้องตะโกน​ลงมา​จาก​ยอดเขา ให้​พวกเขา​ถวาย​เกียรติ​แด่​พระยาห์เวห์ ให้​พวกเขา​สรรเสริญ​พระองค์​ตาม​ชายฝั่งทะเล​และ​หมู่เกาะ​ทั้งหลาย พระยาห์เวห์​ออกไป​สู้รบ​อย่าง​คน​ที่​แข็งแรง พระองค์​ปลุกเร้า​ความโกรธ​ให้​พุ่งพล่านขึ้น​เหมือนกับ​นักรบ พระยาห์เวห์​ร้อง​ออกมา พระองค์​ร้อง​ประจัญบาน พระองค์​เอาชนะ​ต่อศัตรู​ของพระองค์ พระองค์​จะ​พูดว่า “เรา​เงียบ​มา​เป็นเวลา​นานแล้ว เรา​ได้​อยู่เฉยๆ​และ​ได้​ยับยั้ง​ตัวเองไว้ แต่​เดี๋ยวนี้ เรา​จะ​ร้อง​เหมือนกับ​ผู้หญิง​กำลัง​คลอดลูก เรา​จะ​หายใจ​หอบ​และ​ใจเต้น​ถี่รัว เรา​จะ​ทำลาย​ภูเขา​และ​เนินเขาต่างๆ เรา​จะ​ทำให้​พืชผัก​ทั้งหมด​ของ​พวกมัน​เหี่ยวแห้งไป เรา​จะ​ทำให้​พวกแม่น้ำ​กลายเป็น​ดินแห้ง เรา​จะ​ทำให้​พวกสระ​แห้งไป เรา​จะ​จูง​คนตาบอด​ไป​ตาม​ถนน​ที่​พวกเขา​ไม่รู้จัก เรา​จะ​นำ​พวกเขา​ไป​ตาม​พวกทาง​ที่​พวกเขา​ไม่เคย​เดิน​มาก่อน เรา​จะ​ทำให้​ความ​มืดมิด​ที่​อยู่​ต่อหน้า​พวกเขา​กลายเป็น​ความสว่าง และ​ทำ​ที่ขรุขระ​ให้เป็น​ที่ราบ เรา​จะทำ​สิ่งเหล่านี้​และ​เรา​จะ​ไม่ทอดทิ้ง​พวกเขา แต่​คนพวกนั้น​ที่​พึ่ง​ใน​พวกรูปแกะสลัก คน​ที่​พูด​กับ​รูปหล่อ​พวกนั้น​ว่า ‘พวกท่าน​เป็น​พระของเรา’ คนพวกนี้​จะ​หันกลับ พวกเขา​จะต้อง​อับอายขายหน้า​ที่สุด พระยาห์เวห์​พูดว่า เจ้าหูหนวก ฟังให้ดี เจ้าตาบอด ดูซิ จะได้เห็น ใคร​ตาบอด​หรือ ก็​ไม่ใช่​ผู้รับใช้​ของเรา​หรอกหรือ ใครหูหนวก​เท่ากับ​ผู้ส่งข่าว​ของเราหรือ ใคร​จะ​ตาบอด​เท่ากับ​ผู้ที่อุทิศตัว​ให้กับเราหรือ หรือ​ตาบอด​เท่ากับ​ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์หรือ เจ้า​เห็น​หลายสิ่ง แต่​ไม่ได้​สังเกต หู​ของเขา​เปิดอยู่ แต่​เขา​ไม่ได้ฟัง” ตอนนั้น​พระยาห์เวห์​ต้องการ​ที่​จะ​ทำให้​คำ​สั่งสอน​ของ​พระองค์​นั้น​ยิ่งใหญ่​และ​ได้รับ​เกียรติ เพื่อ​คน​จะได้​เห็น​ว่า​พระองค์​นั้น​ยุติธรรม คนพวกนี้​ถูก​ขโมย​และ​ถูก​ปล้น พวกเขา​ทุกคน​แอบ​อยู่​ในหลุม​ติดอยู่ที่นั่น​และ​ซ่อน​อยู่ในคุก พวกเขา​ตก​เป็น​ของ​ที่ปล้น​มาได้​โดย​ไม่มีใคร​มา​ช่วยกู้เขา พวกเขา​ถูก​ริบไป โดย​ไม่มีใคร​พูดว่า “เอาคืนมาซะ” จะ​มีใคร​ใน​พวกเจ้า​ได้รับ​บทเรียน​จาก​เรื่อง​ที่​เกิดขึ้นนี้ ใคร​จะ​สนใจ​และ​ตั้งใจฟัง​ใน​อนาคต ใคร​มอบ​ยาโคบ​ไปให้​กับ​ผู้ริบ หรือ​มอบ​อิสราเอล​ไปให้​กับ​ผู้ปล้น ก็​พระยาห์เวห์​นี่แหละ เพราะ​พวกเรา​ทำบาป​ต่อพระองค์ คนของเรา​ไม่ยอม​เดิน​ในทาง​ของพระองค์ พวกเขา​ไม่ยอม​เชื่อฟัง​คำ​สั่งสอน​ของพระองค์ พระองค์​ก็เลย​เท​ความโกรธแค้น​อันร้อนแรง​ของพระองค์ พร้อมกับ​สงคราม​อัน​ดุเดือด​เลือดพล่าน​ลงบนเขา มัน​ทำให้​เกิดไฟ​ล้อมรอบ​เขา แต่​เขา​ก็ยัง​ไม่เข้าใจ​อยู่ดี มัน​เผาไหม้​เขา แต่​เขา​ก็​ไม่ได้​บทเรียน​อะไรเลย

อิสยาห์ 42:1-25 ฉบับมาตรฐาน (THSV11)

ดูสิ ผู้รับใช้ของเรา ผู้ซึ่งเราเชิดชู ผู้เลือกสรรของเรา ผู้ซึ่งใจเราปีติยินดี เราเอาวิญญาณของเราใส่ไว้บนท่าน ท่านจะส่งความยุติธรรมออกไปยังบรรดาประชาชาติ ท่านจะไม่ร้องเสียงดังหรือเปล่งเสียงของท่าน หรือทำให้เสียงของท่านได้ยินตามถนน ไม้อ้อช้ำแล้ว ท่านจะไม่หัก และไส้ตะเกียงริบหรี่นั้น ท่านจะไม่ดับ ท่านจะส่งความยุติธรรมออกไปด้วยความซื่อสัตย์ ท่านจะไม่อ่อนล้าหรือชอกช้ำ จนกว่าท่านจะสถาปนาความยุติธรรมไว้ในโลก และแผ่นดินชายทะเลรอคอยธรรมบัญญัติของท่าน พระยาห์เวห์พระเจ้า ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และทรงขึงมันไว้ ผู้ทรงแผ่แผ่นดินโลกและสิ่งที่บังเกิดออกมาจากโลก ผู้ประทานลมหายใจแก่ประชาชนบนโลก และประทานวิญญาณแก่ผู้ดำเนินอยู่บนโลก ตรัสดังนี้ว่า “เราคือยาห์เวห์ เราเรียกเจ้ามาด้วยความชอบธรรม เราฉวยมือเจ้าและรักษาเจ้าไว้ เราให้เจ้าเป็นเหมือนพันธสัญญาแก่มนุษยชาติ และเป็นความสว่างแก่บรรดาประชาชาติ เพื่อเปิดตาคนตาบอดทั้งหลาย เพื่อนำผู้ถูกจำจองออกจากคุก นำผู้นั่งในความมืดออกจากเรือนจำ เราคือยาห์เวห์ นั่นเป็นนามของเรา เราไม่ให้สง่าราศีของเราแก่ผู้อื่น หรือให้คำที่สรรเสริญเราแก่รูปแกะสลัก ดูสิ สิ่งล่วงเลยมาแล้วนั้นก็สำเร็จ และเราก็ประกาศถึงสิ่งใหม่ๆ ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะบังเกิดขึ้น เราได้เล่าให้ฟังแล้ว” จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระยาห์เวห์ ร้องเพลงสรรเสริญพระองค์จากปลายแผ่นดินโลก พวกท่านที่ไปตามทะเล และบรรดาสิ่งที่อยู่ในนั้น ทั้งแผ่นดินชายทะเลและพวกอาศัยอยู่ที่นั่น จงให้ถิ่นทุรกันดารและเมืองในนั้นเปล่งเสียง ทั้งชนบทที่ชาวเคดาร์อาศัยอยู่ จงให้ผู้อาศัยของเส-ลาร้องเพลงด้วยความชื่นบาน ให้พวกเขาโห่ร้องมาจากยอดเขา ให้พวกเขาถวายพระสิริแด่พระยาห์เวห์ และถวายสรรเสริญพระองค์ในแผ่นดินชายทะเล พระยาห์เวห์จะเสด็จออกไปอย่างผู้กล้า พระองค์ทรงเร้าความกระตือรือร้นขึ้นอย่างนักรบ พระองค์ทรงร้อง พระองค์ทรงโห่ดัง พระองค์ทรงสำแดงอานุภาพต่อปฏิปักษ์ของพระองค์ เราเงียบมานานแล้ว เรานิ่งอยู่และเหนี่ยวรั้งตัวเองไว้ บัดนี้เราจะร้องออกมาเหมือนผู้หญิงกำลังคลอดลูก เราจะหายใจถี่และหอบ เราจะทำให้ภูเขาและเนินเขาเป็นที่ร้าง และให้พืชและหญ้าของมันเหี่ยวแห้งทั้งหมด เราจะทำให้แม่น้ำกลายเป็นชายฝั่งทะเล และทำให้สระน้ำแห้งไป เราจะนำคนตาบอดทั้งหลาย ไปในทางที่เขาทั้งหลายไม่รู้จัก เราจะพาเขาเดินไป ในวิถีที่เขาไม่รู้จัก เราจะให้ความมืดข้างหน้าพวกเขากลับเป็นความสว่าง ทำที่ขรุขระให้เป็นที่ราบ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะทำ และเราจะไม่ละเลยสิ่งเหล่านี้ พวกเขาจะหันกลับ และต้องขายหน้าอย่างที่สุด คือพวกที่วางใจในรูปแกะสลัก พวกที่พูดกับรูปหล่อด้วยโลหะว่า “ท่านทั้งหลายเป็นพระของพวกเรา” จงฟังสิ พวกเจ้าคนหูหนวก และจงมองดูสิ พวกเจ้าคนตาบอด เพื่อจะได้เห็น ใครเป็นคนตาบอด ถ้าไม่ใช่ผู้รับใช้ของเรา? หรือใครหูหนวกเช่นเดียวกับทูตของเราที่เราใช้ไป? ใครตาบอดเช่นเดียวกับผู้ผูกพันกับเรา? หรือตาบอดเช่นเดียวกับผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์? เจ้าเห็นหลายอย่าง แต่ไม่ได้สังเกต หูของเจ้าผึ่ง แต่ไม่ได้ยิน พระยาห์เวห์พอพระทัยเพราะเห็นแก่ความชอบธรรมของพระองค์ ที่จะทำให้ธรรมบัญญัตินั้นยิ่งใหญ่และมีเกียรติ แต่นี่เป็นประชาชนที่ถูกริบและถูกปล้น เขาทุกคนติดกับดักอยู่ในหลุม และซ่อนตัวอยู่ในเรือนจำ เขาตกเป็นของริบโดยไม่มีใครช่วยให้รอด ถูกปล้นโดยไม่มีใครพูดว่า “คืนให้สิ” มีใครในพวกท่านจะเงี่ยหูฟังเรื่องนี้? หรือจะตั้งใจรับฟังในภายหน้า? ใครมอบยาโคบให้แก่ผู้ปล้น และอิสราเอลให้แก่ผู้ริบ? คือพระยาห์เวห์ผู้ที่เราทำบาปต่อพระองค์ไม่ใช่หรือ? ด้วยพวกเขาไม่ยอมดำเนินในทางของพระองค์ ทั้งไม่เชื่อฟังธรรมบัญญัติของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงเทพระพิโรธรุนแรงลงมาบนเขา รวมทั้งความน่ากลัวของสงคราม มันทำให้เขาติดไฟรอบๆ ตัว แต่เขายังไม่เข้าใจ มันไหม้เขา แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ

อิสยาห์ 42:1-25 พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV (KJV)

จงดู​ผู้รับใช้​ของเรา ผู้​ซึ่งเราเชิดชู ผู้​เลือกสรรของเรา ผู้​ซึ่งใจเราปี​ติ​ยินดี เราได้เอาวิญญาณของเราสวมท่านไว้​แล้ว ท่านจะส่งความยุ​ติ​ธรรมออกไปให้​แก่​บรรดาประชาชาติ ท่านจะไม่ร้องหรือเปล่งเสียงของท่าน หรือกระทำให้​ได้​ยินเสียงของท่านตามถนน ไม้​อ้อช้ำแล้​วท​่านจะไม่​หัก และไส้ตะเกียงที่​ลุ​กร​ิบหรี่​อยู่​ท่านจะไม่​ดับ ท่านจะส่งความยุ​ติ​ธรรมออกไปด้วยความจริง ท่านจะไม่ล้มเหลวหรือท้อแท้จนกว่าท่านจะสถาปนาความยุ​ติ​ธรรมไว้ในโลก และเกาะทั้งหลายจะรอคอยพระราชบัญญั​ติ​ของท่าน พระเจ้า คือ พระเยโฮวาห์​ผู้​ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และทรงขึ​งม​ัน ผู้​ทรงแผ่​แผ่​นดินโลกและสิ่งที่บังเกิดจากโลกออกไป ผู้​ทรงประทานลมหายใจแก่ประชาชนที่บนโลก และจิตวิญญาณแก่​ผู้​ดำเนินอยู่บนโลก ตรั​สด​ังนี้​ว่า “เราคือพระเยโฮวาห์ เราได้เรียกเจ้ามาด้วยความชอบธรรม เราจะยึ​ดม​ือเจ้าและจะรักษาเจ้าไว้ เราจะให้​เจ้​าเป็นตัวพันธสัญญาของมนุษยชาติ เป็นความสว่างแก่บรรดาประชาชาติ เพื่อเบิกตาคนที่​ตาบอด เพื่อนำผู้​ถู​กจองจำออกมาจากคุก นำผู้​ที่​นั่งในความมืดออกมาจากเรือนจำ เราคือเยโฮวาห์ นั่นเป็นนามของเรา สง่าราศีของเรา เรามิ​ได้​ให้​แก่​ผู้อื่น หรือให้คำที่สรรเสริญเราแก่​รูปแกะสลัก ดู​เถิด สิ​่งล่วงแล้​วน​ั้​นก​็สำเร็จแล้ว และเราก็​แจ​้งสิ่งใหม่​ๆ ก่อนที่​สิ​่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเราก็​ได้​เล่าให้ฟังแล้ว” จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระเยโฮวาห์ จงสรรเสริญพระองค์จากปลายแผ่นดินโลก ทั้งผู้​ที่​ลงไปยังทะเล และบรรดาสิ่งที่​อยู่​ในนั้น ทั้งเกาะทั้งหลายและชาวถิ่นนั้น จงให้ถิ่นทุ​รก​ันดารและหัวเมืองในนั้นเปล่งเสียง ทั้งชนบทที่เคดาร์อาศัยอยู่ จงให้ชาวศิลาร้องเพลง ให้​เขาโห่ร้องมาจากยอดภู​เขา จงให้เขาถวายสง่าราศี​แด่​พระเยโฮวาห์ และถวายสรรเสริญพระองค์ในเกาะทั้งหลาย พระเยโฮวาห์จะเสด็จออกไปอย่างคนแกล้วกล้า พระองค์​จะทรงเร้าความหึงหวงของพระองค์ขึ้นอย่างนักรบ พระองค์​จะทรงร้อง พระองค์​จะทรงโห่​ดัง พระองค์​จะทรงมีชัยต่อศั​ตรู​ของพระองค์ เราได้นิ่งอยู่นานแล้ว เราเงียบอยู่และรั้งตนเองไว้ บัดนี้​เราจะร้องออกมาเหมือนผู้หญิงกำลังคลอดบุตร เราจะสังหารผลาญและทำลายสิ้นทั​นที เราจะทิ้งภูเขาและเนินให้​ร้าง และให้บรรดาพืชผักบนนั้นแห้งไป เราจะให้​แม่น​้ำกลายเป็นเกาะ และจะให้สระแห้งไป เราจะจูงคนตาบอดไปในทางที่เขาทั้งหลายไม่​รู้จัก เราจะนำเขาไปในทางทั้งหลายที่เขาไม่​รู้จัก เราจะให้ความมืดข้างหน้าเขากลับเป็นสว่าง สิ​่งที่คดให้​ตรง สิ​่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะกระทำแก่​พวกเขา และเราจะไม่ละทิ้งพวกเขา เขาทั้งหลายจะหันกลับ และจะต้องขายหน้าอย่างที่​สุด คือผู้​ที่​วางใจในรูปแกะสลัก ผู้​ที่​กล​่าวแก่​รู​ปเคารพหล่อว่า “ท่านเป็นพระของเรา” ท่านผู้​หู​หนวกเอ๋ย ฟังซิ และท่านผู้ตาบอดเอ๋ย มองซิ เพื่อท่านจะเห็นได้ ใครเป็นคนตาบอด ก็​ผู้รับใช้​ของเราน่ะซิ หรือใครหูหนวกอย่างกั​บท​ูตของเราที่เราใช้​ไป ใครตาบอดอย่างผู้​ที่​สมบูรณ์​แล้ว หรือตาบอดอย่างผู้​รับใช้​ของพระเยโฮวาห์ เจ้​าเห็นหลายอย่าง แต่​มิได้​สังเกต หู​ของเขาเปิดแล้ว แต่​เขามิ​ได้ยิน เพราะเห็นแก่ความชอบธรรมของพระองค์ พระเยโฮวาห์ทรงพอพระทัย ที่​จะเชิดชู​พระราชบัญญัติ​และกระทำให้​พระราชบัญญัติ​นั้​นม​ี​เกียรติ แต่​นี่​เป็นชนชาติ​ที่​ถู​กขโมยและถูกปล้น เขาทุกคนติ​ดอย​ู่ในรูและซ่อนอยู่ในคุก เขาตกเป็นเหยื่อซึ่งไม่​มี​ผู้​ใดช่วยให้​พ้น เป็นของริบซึ่งไม่​มี​ผู้​ใดพูดว่า “คืนซิ” ผู้​ใดในพวกเจ้าจะเงี่ยหูฟังในเรื่องนี้ ที่​จะมุ่งหน้าตั้งใจฟังในอนาคต ใครมอบยาโคบให้​แก่​ผู้​ริบ และอิสราเอลให้​แก่​ผู้​ปล้น ไม่ใช่​พระเยโฮวาห์​หรือ ผู้​ซึ่งเราได้ทำบาปต่อ ซึ่งเขาไม่ยอมดำเนินในทางของพระองค์ และซึ่งเขามิ​ได้​เชื่อฟังพระราชบัญญั​ติ​ของพระองค์ ฉะนั้นพระองค์จึงทรงหลั่งความโกรธจัดลงมาบนเขา และหลั่งอานุภาพของสงคราม ทำให้​เขาติดเพลิงอยู่​โดยรอบ แต่​เขาไม่​รู้ มันไหม้​เขา แต่​เขามิ​ได้​เอาใจใส่

อิสยาห์ 42:1-25 พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971 (TH1971)

จงดูผู้รับใช้ของเรา ผู้ซึ่งเราเชิดชู ผู้เลือกสรรของเรา ผู้ซึ่งใจเราปีติยินดี เราได้เอาวิญญาณของเราสวมท่านไว้แล้ว ท่านจะส่งความยุติธรรมออกไปให้แก่บรรดาประชาชาติ ท่านจะไม่ร้องหรือเปล่งเสียงของท่าน หรือกระทำให้ได้ยินในถนน ไม้อ้อช้ำแล้วท่านจะไม่หัก และไส้ตะเกียงที่ลุกริบหรี่อยู่ท่านจะไม่ดับ ท่านจะส่งความยุติธรรมออกไปด้วยความสัตย์จริง ท่านจะไม่ริบหรี่หรือชอกช้ำ จนกว่าท่านจะสถาปนาความยุติธรรมไว้ในโลก และแผ่นดินชายทะเลรอคอยพระธรรมของท่าน พระเจ้า คือ พระเยโฮวาห์ ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และทรงขึงมัน ผู้ทรงแผ่แผ่นดินโลกและสิ่งที่บังเกิดจากโลกออกไป ผู้ประทานลมหายใจแก่ประชาชนที่บนโลก และจิตวิญญาณแก่ผู้ดำเนินอยู่บนโลก ตรัสดังนี้ว่า <<เราคือพระเจ้า เราได้เรียกเจ้ามาด้วยความชอบธรรม เราได้ยุดเจ้าและรักษาเจ้าไว้ เราได้ให้เจ้าเป็นตัวพันธสัญญาของมนุษยชาติ เป็นความสว่างแก่บรรดาประชาชาติ เพื่อเบิกตาคนที่ตาบอด เพื่อนำผู้ถูกจำจองออกมาจากคุก นำผู้ที่นั่งในความมืดออกมาจากเรือนจำ เราคือเยโฮวาห์ นั่นเป็นนามของเรา พระสิริของเรา เรามิได้ให้แก่ผู้อื่น หรือให้คำที่สรรเสริญเราแก่รูปแกะสลัก ดูเถิด สิ่งล่วงแล้วนั้นก็สำเร็จแล้ว และเราก็แจ้งสิ่งใหม่ๆ ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้น เราก็ได้เล่าให้ฟังแล้ว จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระเจ้า เพลงยอพระเกียรติของพระองค์จากปลายแผ่นดินโลก ทั้งผู้ที่ไปทะเล และบรรดาสิ่งที่อยู่ในนั้น ทั้งแผ่นดินชาวทะเลและชาวถิ่นนั้น จงให้ถิ่นทุรกันดารและหัวเมืองในนั้นเปล่งเสียง ทั้งชนบทที่เคดาร์อาศัยอยู่ จงให้ชาวเส-ลาร้องเพลงด้วยความชื่นบาน ให้เขาโห่ร้องมาจากยอดภูเขา จงให้เขาถวายพระสิริแด่พระเจ้า และถวายสรรเสริญพระองค์ในแผ่นดินทะเลทราย พระเจ้าเสด็จออกไปอย่างคนแกล้วกล้า พระองค์ทรงเร้าความกระตือรือร้นของพระองค์ขึ้นอย่างนักรบ พระองค์ทรงร้อง พระองค์ทรงโห่ดัง พระองค์ทรงแผลงฤทธิ์ต่อศัตรูของพระองค์ เราได้นิ่งอยู่นานแล้ว เราเงียบอยู่และรั้งตนเองไว้ บัดนี้เราจะร้องออกมาเหมือนผู้หญิงกำลังคลอดบุตร เราจะหายใจถี่และหอบ เราจะทิ้งภูเขาและเนินให้ร้าง และให้พืชผักบนนั้นแห้งไป เราจะให้แม่น้ำกลายเป็นเกาะ และให้สระแห้งไป เราจะจูงคนตาบอด ไปในทางที่เขาทั้งหลายไม่รู้จัก เราจะนำเขาไป ในทางทั้งหลายที่เขาไม่รู้จัก เราจะให้ความมืดข้างหน้าเขากลับเป็นสว่าง ที่ขรุขระให้เป็นที่ราบ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราควรจะกระทำ และเราจะไม่ละทิ้งสิ่งเหล่านี้ เขาทั้งหลายจะหันกลับ และต้องขายหน้าอย่างที่สุด คือผู้ที่วางใจในรูปแกะสลัก ผู้ที่กล่าวแก่รูปเคารพหล่อว่า <<ท่านเป็นพระของเรา>> ท่านผู้หูหนวกเอ๋ย ฟังซิ และท่านผู้ตาบอดเอ๋ย มองซิ เพื่อท่านจะเห็นได้ ใครเป็นคนตาบอด ก็ผู้รับใช้ของเราน่ะซิ หรือใครหูหนวกอย่างกับทูตของเราที่เราใช้ไป ใครตาบอดอย่างผู้ที่รับมาครบแล้ว หรือตาบอดอย่างผู้รับใช้ของพระเจ้า เจ้าเห็นหลายอย่าง แต่มิได้สังเกต หูของเขาผึ่ง แต่เขามิได้ยิน เพราะเห็นแก่ความชอบธรรมของพระองค์ พระเจ้าทรงพอพระทัย ที่จะเชิดชูพระธรรมและกระทำให้พระธรรมนั้นมีเกียรติ แต่นี่เป็นชนชาติที่ถูกขโมยและถูกปล้น เขาทุกคนติดอยู่ในรู และซ่อนอยู่ในคุก เขาตกเป็นเหยื่อซึ่งไม่มีผู้ใดช่วยให้รอด เป็นของริบซึ่งไม่มีผู้ใดพูดว่า <<คืนซิ>> ผู้ใดในพวกเจ้าจะเงี่ยหูฟังในเรื่องนี้ ที่จะมุ่งหน้าตั้งใจฟัง ใครมอบยาโคบให้แก่ผู้ริบ และอิสราเอลให้แก่ผู้ปล้น ไม่ใช่พระเจ้าหรือ ผู้ซึ่งเราได้ทำบาปต่อ ซึ่งเขาไม่ยอมดำเนินในทางของพระองค์ และซึ่งเขามิได้เชื่อฟังพระธรรมของพระองค์ ฉะนั้นพระองค์จึงทรงหลั่งความโกรธจัดลงมาบนเขา และหลั่งอานุภาพของสงคราม ทำให้เขาติดเพลิงอยู่โดยรอบ แต่เขาไม่เข้าใจ มันไหม้เขา แต่เขามิได้เอาใจใส่

อิสยาห์ 42:1-25 พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (TNCV)

“นี่คือผู้รับใช้ของเรา ซึ่งเราเชิดชู ผู้ที่เราเลือกสรรไว้ ซึ่งเราชื่นชม เราจะส่งวิญญาณของเราลงมาเหนือเขา และเขาจะนำความยุติธรรมไปถึงบรรดาประชาชาติ เขาจะไม่ตะโกนหรือส่งเสียงร้อง ไม่ส่งเสียงดังกลางถนน ไม้อ้อช้ำแล้ว เขาจะไม่หัก ไส้ตะเกียงที่ริบหรี่ เขาจะไม่ดับ เขาจะนำความยุติธรรมมาอย่างซื่อสัตย์ เขาจะไม่สะดุดหรือท้อถอย จนกว่าจะได้สถาปนาความยุติธรรมขึ้นในโลก หมู่เกาะจะฝากความหวังไว้ที่บทบัญญัติของเขา” นี่คือพระดำรัสของพระเจ้าพระยาห์เวห์ พระองค์ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และคลี่มันออก ผู้ทรงแผ่แผ่นดินโลกและสรรพสิ่งที่บังเกิดจากโลก ผู้ประทานลมปราณแก่มนุษย์ และประทานชีวิตแก่ทุกคนในโลก “เรา พระยาห์เวห์ ได้เรียกเจ้ามาด้วยความชอบธรรม เราจะจับมือเจ้าไว้ เราจะคุ้มครองเจ้า และทำให้เจ้าเป็นพันธสัญญาสำหรับเหล่าประชากร และเป็นแสงสว่างแก่บรรดาชนต่างชาติ ให้เบิกตาของคนตาบอด ปลดปล่อยเชลยจากคุก และช่วยนำผู้ที่นั่งอยู่ในความมืดออกจากที่คุมขัง “เราคือพระยาห์เวห์ นี่เป็นนามของเรา! เกียรติสิริของเรา เราจะไม่ยกให้ใครอื่น และคำสรรเสริญยกย่องของเรา เราจะไม่ให้แก่รูปเคารพต่างๆ ดูเถิด สิ่งที่เราลั่นวาจาไว้ตั้งแต่แรกได้เกิดขึ้นแล้ว และเราประกาศสิ่งใหม่ๆ ตั้งแต่สิ่งเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้น เราก็ประกาศแก่พวกเจ้าทั้งหลายแล้ว” จงร้องเพลงบทใหม่ถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า จงสรรเสริญพระองค์จากสุดปลายแผ่นดินโลก ท่านผู้ไปยังทะเล และสรรพสิ่งในทะเล เกาะแก่งทั้งหลาย และคนทั้งปวงผู้อาศัยอยู่ที่นั่น ถิ่นกันดารและเมืองต่างๆ จงเปล่งเสียง ถิ่นฐานทั้งหลายที่ชาวเคดาร์อาศัยอยู่จงชื่นบาน ชาวเสลาจงร้องเพลงเบิกบาน ให้พวกเขาโห่ร้องจากยอดเขา ให้พวกเขาถวายพระเกียรติสิริแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และเปล่งเสียงสรรเสริญพระองค์ในเกาะแก่งทั้งหลาย องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาเยี่ยงบุรุษผู้เกรียงไกร พระองค์ทรงกระตือรือร้นเฉกเช่นนักรบ ทรงโห่ร้องเอาชัย และพิชิตเหล่าศัตรูของพระองค์ “เรานิ่งอั้นไว้นานแล้ว เราเงียบอยู่และสะกดใจไว้ แต่บัดนี้ เราร้องออกมาดั่งหญิงคลอดลูก เราหายใจถี่และหอบ เราจะทำลายภูเขาและเนินเขาต่างๆ ให้พืชพันธุ์ทั้งหลายในที่เหล่านั้นเหี่ยวแห้ง เราจะทำให้แม่น้ำกลายเป็นเกาะ และให้สระทั้งหลายแห้งเหือด เราจะนำคนตาบอดไปตามทางที่พวกเขาไม่รู้จัก เราจะพาพวกเขาไปตามเส้นทางที่พวกเขาไม่คุ้นเคย เราจะเปลี่ยนความมืดให้เป็นความสว่างต่อหน้าพวกเขา และทำที่ขรุขระให้ราบเรียบ เราจะทำสิ่งเหล่านี้ เราจะไม่ทอดทิ้งเขาเลย ส่วนบรรดาผู้ที่วางใจในรูปเคารพ ผู้ที่พูดกับเทวรูปว่า ‘ท่านเป็นเทพเจ้าของเรา’ เราจะทำให้เขาหันกลับไปอย่างน่าอัปยศอดสูที่สุด “ฟังเถิด คนหูหนวกเอ๋ย มองเถิด คนตาบอดเอ๋ย และจงเห็น! ใครเล่าตาบอดนอกจากผู้รับใช้ของเรา? ใครเล่าหูหนวกเหมือนผู้สื่อสารที่เราส่งไป? ใครเล่าตาบอดเหมือนผู้ที่ถวายตัวต่อเรา? ใครเล่าตาบอดเหมือนผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า? เจ้าได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ไม่ใส่ใจ หูเจ้าเปิดกว้าง แต่ไม่ได้ยินอะไร” องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย ที่จะทำให้บทบัญญัติของพระองค์ยิ่งใหญ่และมีเกียรติ เพื่อเห็นแก่ความชอบธรรมของพระองค์ แต่นี่เป็นชนชาติที่ถูกปล้นและตกเป็นเชลย พวกเขาล้วนตกอยู่ในหลุมพราง หรือหลบซ่อนอยู่ในคุก พวกเขาถูกปล้น โดยไม่มีใครช่วย พวกเขาตกเป็นเชลย โดยไม่มีใครพูดว่า “ปล่อยพวกเขากลับไป” ใครบ้างในพวกท่านจะรับฟังเรื่องนี้ หรือใส่ใจกับอนาคตที่จะมาถึง? ใครเล่ายอมให้ยาโคบตกเป็นเชลย และให้อิสราเอลถูกปล้น? ไม่ใช่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ซึ่งพวกเราทำบาปต่อพระองค์หรอกหรือ? เพราะพวกเขาไม่ทำตามวิถีทางของพระองค์ ไม่เชื่อฟังบทบัญญัติของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงระบายพระพิโรธอันรุนแรง คือสงครามอันดุเดือดให้ตกแก่เขา ให้เขาตกอยู่ในเปลวไฟ แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจ ไฟเผาผลาญเขา แต่เขาก็ไม่ใส่ใจ

อิสยาห์ 42:1-25 พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV) (NTV)

ดู​เถิด ผู้​รับใช้​ของ​เรา ผู้​ที่​เรา​ค้ำจุน ผู้​ที่​เรา​เลือก ซึ่ง​เป็น​ผู้​ที่​จิต​วิญญาณ​ของ​เรา​ชื่นชม เรา​ได้​มอบ​วิญญาณ​ของ​เรา​ไว้​ให้​ท่าน ท่าน​จะ​ให้​ความ​ยุติธรรม​แก่​บรรดา​ประชา​ชาติ ท่าน​จะ​ไม่​ร้อง​เสียง​ดัง​หรือ​เปล่ง​เสียง หรือ​ให้​ผู้​คน​ได้ยิน​ที่​ถนน ไม้​อ้อ​ที่​หัก​แล้ว​ท่าน​จะ​ไม่​ทำลาย และ​ไส้​ตะเกียง​ที่​ริบหรี่​ท่าน​จะ​ไม่​ทำ​ให้​ดับ ท่าน​จะ​ตัดสิน​ด้วย​ความ​ยุติธรรม ท่าน​จะ​ไม่​สิ้น​กำลัง​หรือ​ท้อ​ใจ จนกว่า​ท่าน​สถาปนา​ความ​ยุติธรรม​บน​แผ่นดิน​โลก และ​หมู่​เกาะ​ต่างๆ รอ​รับ​คำ​แนะนำ​ของ​ท่าน” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า องค์​พระ​เจ้า พระ​องค์​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​ให้​แผ่​กว้าง​ออก​ไป ผู้​แผ่​แผ่นดิน​โลก​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​มี​อยู่​ใน​นั้น ผู้​ประทาน​ลม​หายใจ​แก่​ประชาชน​บน​โลก และ​ประทาน​วิญญาณ​แก่​บรรดา​ผู้​ที่​เดิน​อยู่​บน​นั้น กล่าว​ดังนี้​ว่า “เรา​คือ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เรา​ได้​เรียก​เจ้า​ตาม​ความ​ชอบธรรม เรา​จะ​จูง​มือ​เจ้า​และ​รับ​เจ้า​ไว้ เพื่อ​เป็น​พันธ​สัญญา​สำหรับ​ชน​ชาติ และ​เป็น​แสง​สว่าง​แก่​บรรดา​ประชา​ชาติ เพื่อ​เปิด​ตา​ที่​มืด​บอด เพื่อ​พา​บรรดา​นักโทษ​ออก​จาก​คุก​ใต้​ดิน และ​บรรดา​ผู้​ที่​นั่ง​อยู่​ใน​ความ​มืด​ออก​จาก​ที่​คุมขัง เรา​คือ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ซึ่ง​เป็น​ชื่อ​ของ​เรา เรา​จะ​ไม่​มอบ​บารมี​ของ​เรา​ให้​แก่​ผู้​ใด ไม่​มอบ​คำ​สรรเสริญ​ของ​เรา​ให้​แก่​รูป​เคารพ​สลัก​ใดๆ ดู​เถิด เหตุการณ์​ต่างๆ ที่​ผ่าน​มา​ได้​เกิด​ขึ้น​แล้ว และ​บัดนี้​เรา​ประกาศ​ให้​รู้​ถึง​เรื่อง​ใหม่ๆ เรา​บอก​ให้​พวก​เจ้า​รู้ ก่อน​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น” จง​ร้อง​เพลง​บท​ใหม่​ถวาย​แด่​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ร้อง​เพลง​สรรเสริญ​พระ​องค์​จาก​ทุก​มุม​โลก ให้​ทะเล​และ​สรรพสิ่ง​ที่​อยู่​ใน​นั้น หมู่​เกาะ​ต่างๆ และ​บรรดา​ผู้​อยู่​อาศัย​ใน​นั้น ให้​ถิ่น​ทุรกันดาร​และ​เมือง​ต่างๆ ส่งเสียง​ร้อง หมู่​บ้าน​ต่างๆ ที่​เคดาร์​อาศัย​อยู่ ให้​บรรดา​ผู้​อยู่​อาศัย​ของ​เส-ลา​ร้อง​เพลง​ถวาย​ด้วย​ความ​ยินดี ให้​พวก​เขา​เปล่ง​เสียง​ดัง​จาก​ยอด​เขา ให้​พวก​เขา​ถวาย​เกียรติ​แด่​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า และ​ประกาศ​คำ​สรรเสริญ​แด่​พระ​องค์​ใน​หมู่​เกาะ​ต่างๆ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เดิน​ออก​ไป​อย่าง​ผู้​มี​มหิทธานุภาพ พระ​องค์​กระตุ้น​ความ​รัก​อัน​แรงกล้า​อย่าง​นัก​รบ พระ​องค์​ร้อง​ขึ้น​และ​เปล่ง​เสียง พระ​องค์​แสดง​อานุภาพ​ของ​พระ​องค์​ต่อ​พวก​ศัตรู​ของ​พระ​องค์ “เรา​เงียบ​มา​เป็น​เวลา​ยาวนาน เรา​นิ่ง​เฉย​และ​ยับยั้ง​ตัว​เอง เรา​จะ​ส่งเสียง​ร้อง​อย่าง​หญิง​เจ็บ​ครรภ์ เรา​จะ​หายใจ​อ้า​ปาก​และ​กระหืด​กระหอบ เรา​จะ​ทำลาย​เทือกเขา​และ​เนิน​เขา และ​ทำให้​พืช​ผัก​เหี่ยว​แห้ง เรา​จะ​ทำให้​แม่น้ำ​กลาย​เป็น​หมู่​เกาะ​ต่างๆ และ​ทำให้​แหล่ง​น้ำ​เหือด​แห้ง และ​เรา​จะ​นำ​คน​ตา​บอด ไป​ใน​ทาง​ที่​พวก​เขา​ไม่​รู้ เรา​จะ​นำ​พวก​เขา​ไป ใน​วิถี​ทาง​ที่​พวก​เขา​ไม่​เคย​รู้จัก​มา​ก่อน เรา​จะ​ทำให้​ความ​มืด​ที่​อยู่​ตรง​หน้า​เขา​เป็น​แสง​สว่าง ทำ​ที่​ขรุขระ​ให้​เรียบ​ราบ เรา​จะ​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้ และ​เรา​ไม่​ทอดทิ้ง​พวก​เขา แต่​บรรดา​ผู้​ที่​วางใจใน​รูป​เคารพ​สลัก คือ​พวก​ที่​พูด​กับ​รูป​เคารพ​ที่​หล่อ​ขึ้น​ว่า ‘ท่าน​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​เรา’ คน​เหล่า​นี้​จะ​หัน​กลับ​ใน​ความ​อับอาย จง​ฟัง​เถิด พวก​เจ้า​ที่​หู​หนวก และ​ดู​เถิด พวก​เจ้า​ที่​ตา​บอด เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​เห็น ใคร​ตา​บอด​นอกจาก​ผู้​รับใช้​ของ​เรา หรือ​หู​หนวก​เช่น​เดียว​กับ​ผู้​ส่ง​สาสน์​ของ​เรา​ที่​เรา​ใช้​ไป ใคร​ตา​บอด​เช่น​เดียว​กับ​ผู้​มี​สันติ​สุข หรือ​ตา​บอด​เช่น​เดียว​กับ​ผู้​รับใช้​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เจ้า​เห็น​หลาย​สิ่ง แต่​ไม่​ใส่ใจ หู​ของ​เจ้า​เปิด แต่​เจ้า​ไม่​ได้ยิน” เพื่อ​ความ​ชอบธรรม​ของ​พระ​องค์ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ยินดี​ที่​จะ​ให้​กฎ​บัญญัติ​ของ​พระ​องค์​เป็น​ที่​ประจักษ์​และ ยิ่ง​ใหญ่ แต่​นี่​เป็น​ชน​ชาติ​ที่​ถูก​ปล้น​และ​ยึด​มา พวก​เขา​ทุก​คน​ถูก​กับดัก​อยู่​ใน​หลุม และ​ถูก​ซ่อน​อยู่​ใน​คุก พวก​เขา​กลาย​เป็น​ของ​ปล้น​ที่​ไม่​มี​ใคร​ช่วยเหลือ​ได้ เป็น​ทรัพย์​ที่​ถูก​ปล้น​ที่​ไม่​มี​ใคร​พูด​ว่า “คืน​ให้​ไป” ใคร​ใน​พวก​ท่าน​ที่​จะ​เงี่ยหู​ฟัง​เรื่อง​นี้ จะ​ตั้งใจ​ฟัง​สิ่ง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น ใคร​มอบ​ยาโคบ​ให้​แก่​นัก​ปล้น หรือ​มอบ​อิสราเอล​ให้​แก่​พวก​ปล้น​สะดม พวก​เรา​กระทำ​บาป​ต่อ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​มิ​ใช่​หรือ เมื่อ​พวก​เขา​ไม่​ดำเนิน​ชีวิต​ใน​วิถี​ทาง​ของ​พระ​องค์ และ​ไม่​เชื่อฟัง​กฎ​บัญญัติ​ของ​พระ​องค์ พระ​องค์​จึง​หลั่ง​ความ​กริ้ว​อัน​ร้อนแรง และ​ความ​รุนแรง​ของ​สงคราม​ของ​พระ​องค์​บน​ตัว​เขา ทำให้​รอบ​ตัว​ของ​เขา​ลุก​เป็น​ไฟ แต่​เขา​ก็​ยัง​ไม่​เข้าใจ ไฟ​ไหม้​ตัว​เขา​อยู่ แต่​เขา​ก็​ยัง​ไม่​ใส่ใจ